วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

Omicron สายพันธุ์ใหม่ Centaurus ดุกว่าเดิม




การระบาดระลอกใหม่เริ่มแล้ว ทั้งใน US, EU/EEA, UK, Japan, Korea และอีกหลายประเทศ เพราะสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 ตั้งแต่ปลาย มิถุนายน 2565 ร้ายแรงกว่า Omicron ตัวแรก BA.1 ทำให้จำนวนคนไข้ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล และใน ICU เพิ่มขึ้น การเสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นอีกแล้วในหลายประเทศ ส่วนใหญ่คนอายุมากกว่า 50 ปีเสียชีวิต ดังนั้น 608 น่าจะไม่พอ ความเสี่ยงเริ่มตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ออสเตรเลียถึงกับเตรียมไปใช้นโยบายบังคับอีกครั้ง
โควิดไม่ใช่หวัด โควิดติดแล้วก็ยังติดอีก ยิ่งติดมากยิ่งเสี่ยงต่อสุขภาพมาก รายงานวิจัยพบว่า คนติดโควิดมากกว่า 1 ครั้ง (Reinfection) เมื่อติดตามไป จะเสียชีวิตมากกว่า คนติดโควิด 1 ครั้ง 2 เท่า และกลายเป็น Long COVID มากกว่า 3 เท่า ล่าสุดสายพันธุ์ย่อยใหม่ที่กลายเป็นสายพันธุ์หลักในอินเดีย BA.2.75 กระจายเร็วกว่า BA.5 พบในหลายประเทศแล้วรวมสิงคโปร์
การทำให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่นจึงเป็นนโยบายที่ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์สนับสนุน ไม่รู้ว่าโรคใด Omicron BA.1 หรือ BA.2 ที่เกือบหมดแล้ว BA.4 หรือ BA.5 ที่กำลังระบาดระลอกใหม่และดูเหมือนร้ายแรงกว่า BA.1 หรือ BA.2.75 ที่เรียกว่า Centaurus รวมทั้งไม่รู้ว่าประจำถิ่นไหน เพราะโรคระบาดไปทั่วหลายประเทศ นโยบายโรคประจำถิ่นจึงยิ่งทำให้ทุกคนเข้าใจผิดและไม่ระวัง ไม่ป้องกันตัวเท่าที่ควร
การอยู่กับโควิดจึงไม่ใช่กลับไปใช้ชีวิตเหมือนก่อนมีโควิด แต่ต้องทำให้ป้องกันตัวเองและปรับการใช้ชีวิต การทำงานทุกอย่างให้เข้าสู่การป้องกันโรคนี้อย่างเต็มที่เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ อยู่ห่าง จากคนอื่น ทำงานออนไลน์ โดยสมัครใจ



วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

BA.4 BA.5 ดุกว่าที่คิด

ข้อมูลจากต่างประเทศพบว่า BA.4, BA.5 ดุกว่าที่คิด แพร่เร็วกว่าทุกสายพันธุ์ย่อยที่ผ่านมา และทำให้เป็นปอดบวมมากกว่า Omicron เดิม ทั่วโลกเริ่มการระบาดระลอกใหม่แล้ว

บ้านเรา ไม่ตรวจ ไม่รายงาน แต่รัฐมนตรีติดโควิด 2 คน โรงพยาบาลต่าง ๆ เพิ่มเตียงคนไข้โควิด และไอซียู กันแล้ว ทั้งที่ตัวเลขจำนวนติดเชื้อ ตัวเลขจำนวนเสียชีวิตก็เปลี่ยนนิยามจนไม่รู้ว่าติดเชื้อจริงเสียชีวิตจริงเท่าไร การตรวจคัดกรองไม่มีแล้ว และยังเก็บเงินค่าตรวจยืนยันผล ยิ่งทำให้ไม่อยากตรวจกันอีก แม้จะมีนโยบายอยู่กับโควิด แต่การชี้ทิศทางให้ย้อนกลับไปทำตัวเหมือนก่อนจะมีโควิดน่าจะไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง สำหรับประชาชน และธุรกิจต่าง ๆ

ไหน ๆ จะต้องอยู่กับโควิดแล้ว ควรจะให้ประชาชนอยู่แบบรู้เท่าทันโควิด อยู่อย่างระมัดระวังไม่ให้ติดโรค รวมทั้งไม่ให้กระจายโรค ให้ประชาชนและธุรกิจปรับตัวให้ปลอดภัยจากโควิดโดยสมัครใจ จะดีกว่าไหม


อยากเขียน แต่ต้องทำงานสำคัญ

เขียนนิยายค้างไว้ กำลังสนุกกับการเขียน ยังไม่ทันเขียนต่อ งานสำคัญก็โถมกระหน่ำเข้ามา แย่งเวลาเขียนนิยาย เวลาพักผ่อน เวลาอื่น ๆ ไปจนหมด  เสียด...